ปฺรชฺญาปารมิตาหฤทยสูตฺร - ปรัชญาปารมิตา หฤทัยสูตร

คเต คเต ปรคเต ปรสมฺคเต โพธิ สวาหา!

ไปเถิด ข้ามไปเถิด ล่วงข้ามไปเถิด ล่วงสู่อีกฝั่งของภพพร้อมกันเถิด นั้นแล ความตื่นจงมี!

(โศลกที่ ๑)
อารฺยาวโลกิเตศฺวร โพธิสตฺวา คมฺภีรํ ปฺรชฺญาปารามิตาจารฺยํ จรมาโน วฺยาวโลกิติ สฺมา ปญฺจ-สกนฺธ อสฺสต สจา สวภาวศูนฺยํ ปสฺยติ สมา |

เมื่ออวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์ผู้ประเสริฐ ผู้ล่วงสู่แดนแห่งปัญญาอันลึกซึ้งประณีตยิ่ง ได้เพ่งจิต ณ มนตร์ปรัชญาปารมิตา พระองค์จึงทอดตาจากเบื้องที่ประทับมายังกองขันธ์ห้าอันประกอบเป็นกาย แล้วแลเห็นซึ่งความเป็นอยู่อันว่างเปล่าของซากกายดั่งนั้น |

(โศลกที่ ๒)
อิหา ศารีปุตฺร รูปํ ศูนฺยํ ศูนฺยตา อิว รูปํ รูป น วฤตฺต ศูนฺยตา ศูนฺยตยา น วฤตฺต สา รูปํ ยทฺ รูปํ สา ศูนฺยตา ยทฺ ศูนฺยตา ส รูปํ เอวํ เอว เวทานสมฺชฺญาสํสการวิชฺญานํ |

ดูเถิด สารีบุตร รูปกายอันปรากฏแก่ตานั้นคือความว่างเปล่า เป็นความจริงอย่างยิ่ง ความว่างเปล่าอันไม่ปรากฏนั้นก็คือรูปกาย เหนือไปจากรูปแล้วไม่มีความว่างเปล่าใดใด ฉะนั้น เหนือไปจากความว่างเปล่าย่อมไม่มีรูปกายใดใด เช่นเดียวกับขันธ์ทั้ง ๔ คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ต่างว่างเปล่าไร้ตัวตนทั้งสิ้น |

(โศลกที่ ๓)
อิหา ศารีปุตฺร สรฺวธรฺมะ ศูนฺยตลักฺษณา อนุตฺปัณณา อนิรุทฺธา อมลาวิมลานุนาปริปุรฺนะ |

ดูเถิด สารีบุตร สรรพสิ่งทั้งหลายคือธรรมนั้น ย่อมประกอบไปด้วยความว่างเปล่าเป็นสามัญ ธรรมนั้นย่อมไม่เกิด ไม่ดับ ไม่ทรามเปื้อน ไม่ผุดผ่อง ไม่พร่อง ไม่พูน |

(โศลกที่ ๔)
ตสฺมตฺ ศารีปุตฺร ศูนฺยตายํ น รูปํ น เวทนา น สมฺชฺญา น สํสการะ น วิชฺญานํ น จกฺษุะ สโรตฺร ฆฺราน ชิหฺวา กาย มานส น รูปํ ศพฺท คนฺธ รส สฺปรสฺตวย ธรฺมะ น จกฺษุรฺธาตุ ยาวตฺ น มโนวิชฺญานมฺธาตุ นาวิทฺยา นาวิทฺยากฺษโย ยาวตฺ น จารมรณํ น จารมรณ กฺษโย น ทุกฺขาสมุทยนิโรธมรฺค น ชญาณํ น ปฺรปฺติ นาภิสมยา |

ดังนั้นแล สารีบุตร ในความว่างย่อมไร้กายหยาบ ไร้เวทนา ไร้สัญญา ไร้สังขาร ไร้แล้วซึ่งมโนสำนึกใดใด ไร้ดวงตา ไร้หู ไร้จมูก ไร้ลิ้น ไร้กาย ไร้แล้วซึ่งจิต ไร้รูป ไร้เสียง ไร้กลิ่น ไร้รส ไร้แล้วซึ่งสัมผัส ไร้อาการเร้าแห่งนัยน์ตาตลอดจนไร้อาการเร้าแห่งจิต ไร้อวิชชา ไร้ทั้งความดับแห่งอวิชชา เช่นนั้นเราทั้งหลายจึงไร้ความชรา ไร้มรณะ ไร้ทั้งความดับแห่งชราและมรณะ ความว่างย่อมไร้ซึ่งทุกข์ ไร้เหตุแห่งทุกข์ ไร้ความหลุดพ้นแห่งทุกข์ ไร้เหตุแห่งความหลุดพ้นแห่งทุกข์ ไร้ความติดข้องในนิพพาน ไร้ความไม่ติดข้องในนิพพาน |

(โศลกที่ ๕)
ตสฺมจฺ นาปฺรปฺติ ตฺวา โพธิสตฺตวานํ ปฺรชฺยาปารมิตํ อาศรฺิตฺย วิหารตฺย จิตฺตาวรณ จิตฺตาวรณ น สถิตฺวา น ตฺรสโต วิปารฺยาส อติกฺรนฺต นิษถา นิรวาณํ

ด้วยเหตุว่าไม่มีสิ่งใดให้ยึดมั่น พระโพธิสัตว์จึงได้เปลื้องปลดบ่วงอันแปมปนในกมลสันดานด้วยมนตร์ปรัชญาปารมิตานี้ เพราะไร้ข้อข้องขัดใดใด พระองค์จึงทรงล่วงโลกแห่งฝันเพ้ออันบิดเบี้ยวนี้ สู่นิพพานอันสงบ

(โศลกที่ ๖)
ตฺรฺยาธฺวา วฺยาวสฺถิต สรฺวพุทธะ ปฺรชฺญาปารมิตํ อาศฺริตยานุตฺตร สมฺยกฺสมฺโพธิมฺ อภิสมฺพุทฺธาะ |

ประดาพุทธะทั้งหลาย ผู้ปรากฏอยู่ทั้งสามกาล ในห้วงระลึกทรงจำ ในขณะแห่งสากรู้สึก ในทิวแถวความคิดนึกเนิ่นนาน ท่านทั้งหลายได้เข้าถึงซึ่งมนตร์ปรัชญาปารมิตานี้ จึงได้ตื่นรู้อย่างสงบโดยบริบูรณ์แล้ว

(โศลกที่ ๗)
ตสฺมชฺ ชฺญาณวฺยํ ปฺรชฺญาปารมิตา มหามนฺตฺร มหาวิทฺยา อนุตฺตรมนฺตฺร อสมา สมติ มนฺตฺร สรฺวทุกฺขา ปฺรสมาน สตฺยํ อมิถฺยตฺวา ปฺรชฺญาปารมิตา มุกฺขา มนฺตฺร ตทฺยถ |
คเต คเต ปรคเต ปรสมฺคเต โพธิ สวาหา ||

ดังนั้นแล มนตร์ปรัชญาปารมิตรานี้ จึงเป็นถ้อยคำอันโอฬาร เป็นถ้อยคำแห่งความตื่นรู้อย่างลึกล้ำพิศดาร เป็นถ้อยคำอันดื่มด่ำพ้นพรรณนา เป็นถ้อยคำอันมิอาจเปรียบเทียบได้ แลเป็นเครื่องปลดคลายความทุกข์ทั้งหลาย ฉะนั้น นี้จึงเป็นเหตุแห่งอาการพร่ำสวดมิเว้นวาย จงกล่าวถ้อยคำอันเป็นกุศลนี้เถิด

ไปเถิด ข้ามไปเถิด ล่วงข้ามไปเถิด ล่วงสู่อีกฝั่งของภพพร้อมกันเถิด นั้นแล ความตื่นจงมี!

A boy - เด็กคนนั้น

posted on 13 Oct 2010 17:44 by poetryculture
소년이여 (A boy) - เด็กคนนั้น
ศิลปิน: G-dragon (Kwon Ji Yong)
บทแปลไทยโดย PoeticSlave
 
GD your choice drop it on me yo
GD เลือกสิ แล้วไปกับฉัน

 

밤은 깊었는데 잠은 안 오고
พา มึน กี พอซ นึน เด จา มึน อัน โน โก
It's deep in the night but I can't sleep

จะดึกกี่คืนก็ยังตื่นไม่รู้นอน

늘어난 두통과 싸우고
นือ รอ นัน ดู ทง กวา ซา อู โก
Fighting against the worsened headaches 

ทนความปวดหัวหนึบจับก้อน

이리저리 뒤척이다 생각에 잠겨 또 펜을 붙잡고
อี รี ขอ รี ดวี ชอ กี ดา แซง กา เก จัม กยอ โต เพ นึล บุท จัม โก
Twisted and turned until I was deep in my t houghts then grabbed the pen again

ขยับตัวไปมา ลุกขึ้นจับปากกา มาเขียนความคิดที่ตกตะกอน

 

빼곡히 써 내려가는 가사 이 안에 내 철학이 가득 하다
เป โก ฮี ซอ แน รยอ กา นึน กา ซา อี อัน เอ แน ชอล ฮา นี กา ดึก ฮา  ดา
The lyrics that I’m writing with no space in between have my philosophy

บรรทัดของคำที่เขียนจนเบียดแน่น แฝงแก่นปรัชญาในตัวอักษร 

뿌연 담배 연기 꽉 찬 내방 homesweet home  아늑하다
ปู ยอน ดัม เบ ยอน กี ตวัก ชัน แน บัง homesweet home อา นึน ฮา ดา
My room that’s filled with white smoke is cozy like home sweet home

มวนต่อมวนอวลควันในห้องนอน นึกถึงบ้านแสนรักที่เคยอยู่มา

13살 나이에 와서 쉴 틈 없이 달려왔어
ยอล เซด ซัล นา อี เอ วา ซอ ชวิล ทืม ออบ ชี ดัล รยอ วัซ ซอ
I’ve came here with no rest since I was 13

จากอายุสิบสาม จะมา จะมี จะเดินมาถึงทุกวันนี้

멋모르는 자신감이 내겐 가장 큰 무기였어
มอซ โม รือ นึน จา ชิน กา มี แน เกน กา จัง คึน มู กี ยอซ ซอ
My mightiest weapon was my confidence

ก็มีแต่ความมั่นใจที่จะฝ่าฟันเป็นอาวุธเดินไปคว้าฝัน

오르막길 이라면 내리막길도 있는 법
โอ รือ มัก กิล รี รา มยอน แน รี มัก กิล โด อิซ นึน บอบ
When there’s an uphill there’s always a downhill

ทางเดินขึ้นเนินสูงเท่าไร ย่อมมีทางลาดลงทั้งนั้น

돌아가기엔 너무 늦어버렸어 I can't let go
โด รา กา กี เอน นอ มู นือ จอ บอ รยอซ ซอ I can't let go
Too late to go back I can’t let go

สายเกินจะหันกลับ ปล่อยมันหลุดลับไป 

* (ท่อนแยก)

Remember back in that day

ปล่อยใจกลับไปถึงฝันเดิม

빛나던 꿈을 난 절대 잊지 못해 그 때 그 꿈을
บิช นา ดอน กุม มึล นัน ชอล แด อิช จี มซ แฮ กือ เต กือ กุม มึล
Your shining dream, I cannot forget that dream 

ฝันที่เคยล้นใจ, สว่างไสวอยู่ข้างใน ไม่มีวันทิ้งไป

 

Don't forget back in that day 소년이여
Don’t forget back in that day โซ นยอ นี ยอ
Don’t forget back in that day boy

 ปล่อยใจกลับไปถึงฝันไกล เป็นแค่เจ้าเด็กผู้ชาย

 네 멋진 목소리로 세상에 소리쳐 shine  a light
เน มอซ จิน มก โซ รี โร เซ ซัง เอ โซ รี ชยอ shine a light
Shout to the world with your cool voice, shine a light

 ตะโกนให้เสียงวิญญาณของเธอส่องแสงตระการจนโลกสะเทือน

G-dragon 남들이 뭐 라건 작다고 어리다고
G-dragon นัม ดือ รี มวอ รา กอน จัก ดา โก ออ รี ดา โก
G-dragon whatever people say about how you’re too young

G-dragon ใครใครเขาก็ก่นว่า ว่าเด็กเกินกว่า จะทำอะไรให้เกินหน้า

난 G-dragon 남들이 뭐라 건 워~
นัน G-dragon นัม ดือ รี มวอ รา กอน วอ~
I’m G-dragon whatever the others say whao~

แต่ฉันคือ G-dragon ถึงใครจะบ่น ก็ทนเสียงว่า

 

사람들은 말해 내가 부러워 가진 게너무 많아
ซา รัม ดือ รึน มัล แฮ แน กา บู รอ วอ กา จิน เก นอ มู มัน นา
People say they’re jealous of me because I have too much

 

เขาพร่ำพ่นส่งเสียงคำอิจฉา ที่ฉันมีอะไรมากกว่า

 

연예인들은 다 편하게만 살아
ยอน แย อิน ดือ รึน ดา พยอน ฮา เก มัน ซา รา
Celebrities all live a comfortable life

 

ถึงพวกคนดังชอบอยู่อย่างหรูหรา

 딱 하루만 그 입장이 돼봐라
ตัก/ ฮา รู มัน/ กือ อิบ จา อี ดแว บวา รา
Be in their shoes for just a day

 

แต่พวกนั้นก็อยู่ได้แสนสั้น

 

보이는 게 다가 아니란 걸 알아
โพ อี นึน เก ดา กา อา นี รัน กอล อา รา
You’ll realize what you see isn’t everything

แต่แล้วเธอจะรู้ว่า ที่เห็นมาไม่ใช่ทุกอย่างที่ฉันมี

시간이 흘러 가면서 외로움만 커져갔어
ชี กา นี ฮึล รอ กา มยอน ซอ วี โร อุม มัน คอ จยอ กัซ ซอ
As time passed by my loneliness grew

 

ผ่านวันเวลาเท่าใด ความเหงาในหัวใจ ยิ่งเติบใหญ่

 

멋모르는 의무감 내겐 가장 큰 부담 이었어
มอช โม รือ นึน อึย มู กัม แน เกน กา จัง คึน บู ดา มี ออซ ซอ
The sense of duty was the heaviest burden for me

 

ภาระหน้าที่หนักหนาบนบ่ากดลงมาทับความฝันทุกวัน

오르막길이라면 내리막길도 있는 법
โอ รือ มัก กิล รี รา มยอน แน รี มัก กิล โด อิช นึน บอบ
When there’s an uphill there’s always a downhill 

เมื่อทางเดินขึ้นเนินสูงเท่าไร ย่อมมีทางลาดลงทั้งนั้น

 

도망치기엔 너무 늦어버렸어 I wanna go
โด มัง ชี กี เอน นอ มู นือ จอ บอ รยอซ ซอ I wanna go
Too late to run away I wanna go 

สายเกินจะหันกลับ ปล่อยมันหลุดลับไปอีกแล้ว 

(*) 

10년 동안 수많은 울음들과 내가 흘린 수많은 땀방울들과
ชิบ นยอน ดง อัน ซู มา นึน อู รึม ดึล กวา แน กา ฮึล ริน ซู มา นึน ตัม บัง อุล ดึล กวา
The tears and sweat from the past 10 years 

น้ำตาและหยาดเหงื่อที่เรื่อรินมาสิบปี

 

내가 참아온 차가운 눈물들 Ah ah Ah ah 다시 시작해 보는 거야
เน กา ชา มา อุน ชา กา อุน นุน มุล ดึล ah ah ah ah ดา ชี ชี จัก แฮ โบ นึน กอ ยา
The cold tears you’ve held back ah ah ah ah lets start again

 

น้ำตาเยียบเย็นที่เธอหยุดมันไว้... มาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

(*) 

Come back to me now(10년이 지나도)
Come back to me now(ชิบ นยอ นี จี นา โด)
Come back to me now (even after 10 years) 

จงกลับมาหาฉัน (แม้จะผ่านไปสิบปี)

Come back to me now(10년이 지나도)
Come back to me now(ชิบ นยอ นี จี นา โด)
Come back to me now (even after 10 years) 

จงกลับมาหาฉัน (แม้จะผ่านไปสิบปี)

Come back to me now 

Come back to me now (지나간 세월, 내 청춘을)
Come back to me now (จี นา กัน เซ วอล, เน ชอง ชู นึล)
Come back to me now (The past days, my youth)

จงกลับมาหาฉัน (ความฝันในวัยเยาว์) 

Remember back in that day (It's time to shine) 

 นึกย้อนถึงฝันวันเก่า (ถึงคราวเปล่งประกายแสง)

 

난 절대 잊지 못해 (That's choice)
นัน ชอล เด อิช จี มด แฮ (that’s choice)
I can never forget (that’s choice)

ฉันจะไม่มีวันลืม (ทางที่ได้เลือกแล้ว)

 

Don't forget back in that day (dropped to you by GD) 

ไม่มีวันจะล่มฝันนั้น (มอบให้เธอจาก GD)

 

네 멋진 목소리로 세상에 소리쳐 shine a light
เน มอช จิน มก โซ รี โร เซ ซัง เอ โซ รี ชยอ shine a light
Shout to the world with your wonderful voice shine a light

ตะโกนให้เสียงวิญญาณของเธอส่องแสงงดงามจนโลกคร้ามสะเทือน

 

คำรำพันของฤษีเฒ่า

posted on 09 Jul 2010 22:53 by poetryculture

โอม ขอความสำเร็จจงมีแก่ข้าพเจ้า ผู้เขลาชรา.

 

ขออำนาจแห่งพระแม่เจ้าผู้มีสี่กร จงอำนวยพรบริบาลเกล้ากระหม่อมฉัน ขอเสียงพิณแห่งปัญญาที่ห่อหุ้มโลกาทั้งหมื่นจักรวาล จงดลบันดาลท่วงถ้อยวาทีแห่งบุรพกัลป์ มาสถิต ณ เกศเกล้ากระหม่อมฉัน ขอหงส์ทรงสีขาววิสุทธิ์ ดุจน้ำมุกแห่งร้อยหมื่นทะเลอันประมวล จงร่อนเริงเล่นสรวลสระสรงแห่งเทโวทยาน กระเซ็นสายฟองน้ำอันตระการโปรยมาแต่สรวงวิมานแห่งประแม่เจ้า มาประดับ ณ กาวยแห่งเกล้ากระหม่อมฉัน บัดนี้เทอญ.

 

โอ พระแม่เจ้าปารวตี พระแม่ผู้ทรงมีดวงหน้าผุดผ่องประดุจผิวน้ำอโนดาตอันมิอาจกระเพื่อมไหว โปรดฟังเกล้ากระหม่อมฉันสักหน่อยเถิด ด้วยว่าพระนางได้สาปสั่งความผิดบาปอันทรมานสุดพรรณนามา ณ เกศเกล้ากระหม่อมฉันที่นี้.

 

โอ พระแม่เจ้าผู้ทรงเป็นกุมารีแห่งขุนแขา ทรงมีเคหาสน์ลำเนากลางป่าดิบแห่งจินตการ ดินแดนอันมิมีผู้เคยเยี่ยมผ่านเข้าไป พระบิดาของพระแม่ท่านทอดยาว ณ ดินแดนนั้น กั้นพระองค์ไว้เสียจากคลื่นลมมรสุม อันจะมากลุ้มรุมโทรมทรามผิวพระนางนั้น ให้เผือดผุดพรรณผิวผ่องหมองศรี อันจะเป็นที่เคืองระคายพระเกียรติศักดิ์แห่งพระสวามีของพระองค์เป็นแน่แท้ เบื้องหลังเนินลาดแห่งพระบิดา คือผืนฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ โอบอุ้มพระสมุทรสีดุจเดียวกันไว้ดังคู่รัก ลมทะเลหลากทะลักพัดพร่ำบ่น ด้วยถูกกั้นเสียมิให้เยี่ยมยลดวงหน้างามเหนือเทพเจ้าทั้งหลายแห่งพระนาง.

 

โอ พระแม่เจ้าแห่งเกล้ากระหม่อมฉัน พระนางประทานพรอันประเสริฐนับอนันต์แก่กระหม่อม ด้วยทรงยอมรับให้เงาฝุ่นธุลีอันต้อยต่ำมิอาจหาค่า มาเป็นบาทบริจาคริกะชราผู้เช็ดทำสะอาดวิหารแห่งพระองค์ พระทรงประทานไม้กวาดให้แก่กระหม่อมมาเป็นดังเครื่องบูชา กระหม่อมฉันจึงนำมาบูชาดังมณีอันหาค่าที่สุดมิได้ และได้ล่วงบังอาจเอาเคราและผมสีเลาต่างไม้กวาดเอื้อมอาจมาต้องแตะพระประติมาแห่งพระองค์.

 

โอ พระนางเอย นับแต่นั้นกระหม่อมฉันมิเคยว่างเว้นจากวัตรปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์นั้น เพียรเช้า สาย บ่าย เย็น แม้ฝุ่นเล็นเหลือบไรหยากไย่แมงมุม ก็มิได้ให้มากลุ้มรุมแต่สักอันเดียว คราบตะไตร่ไคลเขียวก็บ่มิได้มีติดต้องพระประติมาอันสง่าอ่าอลงกฏ เป็นสัญญะแห่งความงามอันหมดจดแห่งพระนาง ท่ามกลางโลกาทุเรศทุรังเหม็นหื่นขื่นคาวนี้.

 

แต่พระนางเอย บัดนี้เกล้ากระหม่อมกลับเมามาย กลายเป็นตาเฒ่าต่ำช้าให้ผู้คนขานด่ามิต่างพรามณห์ชราชูชก อันหมองหมกอยู่แต่โลกียสุขแห่งนางเด็กอมิตตตา จนต้องคร่ำครึเดินป่าเป็นนานสองนาน ผจญเถื่อนไพรพาลผองสัตว์ เลาะลัดไปแต่เพื่อขอสองกุมารมาบริบาลเมียรัก จนแม้เมื่อหักผลาญด่านดง มาผจงเอาสินไถ่ เปลี่ยนสองพระหน่อมาสัตว์เป็นอัฐใส่ไถ้กลับบ้าน ก็กลับมลายแหลกลาญไปด้วยโลภตน เขาก็ว่ากระหม่อมฉันอับจนหนทางในชีวิต เป็นตาเฒ่าวิปริตเฝ้าสุสาน ดูเอาเทอญพระเอยความชั่วช้าทั้งร้ายแห่งโลกา พระนางได้เห็นแก่สองพระนัยนาหรือหาไม่.

 

 โอ พระเทวีแห่งเกล้ากระหม่อม ดีฉานเห็นจะเป็นเหยื่ออันทรมาทรามานแห่งความหึงสาของพระสวามีเป็นแน่แท้ ความทรามเลวร้ายอันพระสาปสั่งนั้น ได้เปลี่ยนเกล้ากระหม่อมฉันให้ต้องกลายเป็นยาจก ถูกขับไล่ไปเป็นวณิพกเที่ยวพเนจร หนุนหมอนขอนไม้ ลูบไล้คันธาวิเลปน์ดินผง สรวมเครื่องทรงขาดเก่าตัดเย็บแต่เมื่อเก้าปีก่อน เร่ร่อนหาหนทางเพื่อจะมาทูลร้องแด่พระนางผู้เป็นข้า  ดูเอาเทอญ พระนางเอย พระทรงเห็นทุกข์แห่งข้าหรือหาไม่.

 

โอ ทรงอภัยโทษแก่เกล้ากระหม่อมฉันเถิดพระแม่เจ้า ด้วยเกศด้วยเกล้าแห่งกระหม่อมฉันมันเฒ่ามันชรานัก จะคิดจะทำสิ่งใดก็ประดักประเดิดด้วยพิศม์อันบังเกิดแต่อายุเป็นประถม เลือดลมติดขัดเป็นที่สอง ด้วยน้ำตาทุกข์โศกาอันถูกคนเขาหมิ่นเหยียดหยามในความจงรักอันบริสุทธิ์แห่งเกล้ากระหม่อมเป็นเหตุต่อมาอันทอดไปมิรู้สุด แต่พระนางเอย อันเนื้อทองแท้ แม้จะถูกถมจมในกองกูณฑ์ ไฟเผาน้ำท่วมบ่มิรู้สิ้นรู้สูญฉันใด น้ำใจอันรักภักดีอันมีให้แก่แม่ ณ เกล้าก็บ่อย่าฉันนั้น.

 

พระเอยบัดนี้กระหม่อมฉันกลายเป็นวณิพกพเนจร ความโศกาดูรถอดถอนเททรวงเศร้าทะลักล้นเป็นน้ำตาท่วมขายันเข่าของข้าน้อย ดุจล่องลอยอยู่กลางสมุทรสุดประมาณ สองเท้าแตะอยู่แต่ความรักนับประมาณมิได้แห่งพระองค์ ดุจพระสมุทรโฆษลอยหลงอยู่กับขอนไม้ ดุจพระนารายณ์อวตารหลงกลางป่า ดุจเจ้าชายอสัญแดหวาตามหาพระน้องนางสิบสองปี แต่เกล้ากระหม่อมนี้เป็นแต่ตาเฒ่าค่นแค้น สุดจะแค่นเอาเกียรติ เอาทรัพย์เอาใดมากลูนประโลมใจไม่มีเลย มีแต่ถ้อยคำอันจะพร่ำพรรณนาความรักมีแด่พระนางเป็นที่ตั้ง ฉะนั้นแล.

 

พระแม่เจ้าของเกล้ากระหม่อม ข้าน้อยแม้จะพลัดวิหารา คลาเทวประเทศ ก็บ่เลื่อนลอยเนรเทศตนออกจากแดนแห่งสุขาวจี คือถ้อยคำอันพึงมีเพื่อสักการะแห่งพระองค์ มิได้ปล่อยให้ใหลหลงดุจตาเฒ่าเมาสุราเปล่งวาจาเกี้ยวรักแก่สตรี สร้างวจีเปรียบหญิงสาวราวกะแก้วมณีใส อันนางทั้งหลายคือน้ำมาใส่ในแก้วนั้น เป็นคติหลอกเด็กไปวัน ๆ ฉะนั้นดอก พระนางเอย ดูเกล้ากระหม่อมข้าเทอญ แม้ไร้ซึ่งปฏิมาแห่งพระนาง เกล้ากระหม่อมก็มิได้เว้นร้างห่างจากวัตรปฏิวัติดังกล่าว ยังคงเช็ดขัดเกล้าพระรูปแห่งแม่ ณ เกล้ามิเว้นวัน หากแต่บัดนี้กระหม่อมใช้การประพันธ์โศลกโศกสุดหัวใจ มากรองถ้อยร้อยไว้ด้วยใจภักดิ์ สลักเสลารูปพระแม่อันงามนักในห้องหฤทัย อันจะกระหม่อมจะเว้นว่างมิเข้าไปสักการะในมโนคติแลความฝันสักครั้งมิมีเลย พระแม่ข้า.

 

บัดนี้เกล้ากระหม่อม นอนแซ่วด้วยความชราเข้าโถมทั่ง มีพญามัจจุราชะมานั่งพยาบาลดุจเกลอแก้ว รอวันวิญญาณกระหม่อมข้าคลาแคล้วไปจากร่าง ดูเอาเทอญ พระนางเอย อันสังขารกระหม่อมนั้นเฒ่าชราด้วยอายุ กายเนื้อประปรุด้วยกาลเวลา มีความตายมาโลมเลียลิ้มชิมเนื้อทีละแผลบละแผลบทุกเมื่อเชื่อวัน กระนั้นกระหม่อมฉันก็มิได้หยุดกระทำเคารวสาธุพระรูปพระนางในหัวใจ ยังพร่ำบ่นมนตราใจแห่งเกล้ากระหม่อมฉัน บูชาพระนางผู้สูงส่งราวความงามความฝันความจริงมานิรมานกายเป็นพระองค์ แม้เมื่อกระหม่อมฉันจากโลกอันลุ่มหลงด้วยโศกาดูรพูนเทวษเพศยา กระนั้นถ้อยวาจาและความรักภักดีของเกล้ากระหม่อมฉันจะอยู่ยืนยงในโลกตราบนิจนิรันดร์.

 

โปรดเถิดพระนางเอย หากพระองค์ทรงเห็นแก่หม่อมฉันผู้กระทำภักดีแก่พระนางมาจนจวนสิ้นไว้ชรา ขอโปรดประทานพระเมตตาให้เกล้ากระหม่อมฉันสักความหวังหนึ่งหน่อย เป็นแต่เพียงฝันน้อยน้อยของกระหม่อมผู้เฒ่า ด้วยว่าพญาความตายมันจ้องจะมาเอาชีพกระหม่อมฉัน ข้าข้อยผู้น้อยศักดิ์ชังน้ำหน้ามันเหลือประมาณ ด้วยมันเอาแต่ดูถูกดูแคลนงานของกระหม่อม เห็นเป็นความมอมเมาอับจน มิช้านานตีนมันจะกวาดให้พ้นผืนโลก มันจะชิงเอาประโยครักของมันฉันไปฟูมฟักเป็นให้เป็นนกโกกิลาเพื่อนเล่นมันในปรโลก ดูเอาเถิดพระเอย มันผู้หลงโลภที่สุดในสกลจักรวาล เพ้อฝันว่าจะพรากกาพยกานท์ของกระหม่อมฉันไปได้ โปรดเถิดพระนาง โปรดประทานพรให้แก่ถ้อยวจีของหม่อมฉัน ให้คำรำพันของเกล้ากระหม่อมสถาพรนิรันดร์เป็นประทีปแห่งชาวโลก ให้มรณาจงโศกวิโยคด้วยความริษยามรรตัยชนเถิดนะพระเอย.

เมื่อนั้น โปรดจงชิงชีพของเกล้ากระหม่อมด้วยรอยยิ้มและดวงตาแห่งพระนางเถิด ปารวตี.