คนธรรพ์นิทรา

posted on 06 Nov 2009 23:29 by poetryculture

๐ คนธรรพ์เจ้าฝัน

เลิศลอยสุดสูง

เป็นเทพเทวา

มองเครื่องทรงทิพย์

ระยิบระยับตา

ฝันใฝ่ไว้ว่า

จักได้มาสวม

 

๐ ฝันเห็นกระยาทิพย์

คนเขาบำบวง

วิมานกลางสรวง

เจ้าอยู่สบาย

 

๐ คนธรรพ์เจ้าเอ๋ย

อยากครองอัปสร

หมื่นพันออดอ้อน

เจ้าไม่อยู่เดียวดาย

อยากลอยสุดสูง

สู่ฟ้าพราวพราย

หมู่ดาวเรียงราย

ล้อมเจ้าราวจันทร์

 

๐ คนธรรพ์เจ้าเอ๋ย

สะดุ้งตื่นจากฝัน

สายพิณขาดพลัน

ไร้เสียงแล้วเอย

 

๐ คนธรรพ์เจ้าเอ๋ย 

เจ้าจักนอนฝัน

ถึงทิพย์สวรรค์

หรือสร้างสรรค์พิณเอย

 

เทพธิดากวี

.................................

 

หลายครั้งเราใฝ่ฝัน จนลืมตนไปว่า เราเป็นใคร ทำสิ่งใดได้...

ท่านทั้งหลาย... จงบรรเลงทิพยดนตรีแห่งตัวตนของท่านอย่างเลิศเลอที่สุดเถิด

สวัสดีเหมันต์

posted on 04 Nov 2009 00:06 by poetryculture

๏ สวัสดีเหมันต์
ฟากฟ้าฝั่งนั้นเป็นไฉน
ผู้คนทุกข์สุขประการใด
มีไฟให้ผิงสักกี่กอง

๏ ฉันอยู่ฝั่งนี้รอลมหนาว
เจ้ามาพร้อมแสงดาวพราวผ่อง
ผกายเก็จแวววาวราวทอง
ลองบอกข่าวให้ฟังที

๏ ฉันห่วงคนทางนั้น
แสนหนาวทรวงสั่นหรือไรนี่
แสนห่วงเพราะอกคนทางนี้
อุ่นไอรักล้นฤดีอยู่แล้ว

๏ คนทางนี้มีรักฟูมฟักไว้
จึงไม่หนาวใจหรอกขวัญแก้ว
ลมหนาวโปรดเถิดอย่าคลาดแคล้ว
โปรดนำรักเปี่ยมแล้วไปมอบที
..
โปรดเถิดลมหนาวอย่าคลาดแคล้ว
คนรักฉันอุ่นแล้วในอกเอย

เทพธิดากวี

...................................................

พี่สาวของฉัน กลับมาแล้วสินะ... ยินดีต้อนรับ กอดฉันที

ครั้งนี้ ฉันมีเพื่อนให้เธอรู้จัก  น่ารักทีเดียว

นานหลายเดือนแล้วนะที่เธอจากไป ฉันยังจำอ้อมกอดยะเยียบของเธอ อ้อมกอดอันแฝงด้วยความเศร้าสร้อย แต่เปี่ยมรักล้น

พี่สาวที่รัก เราอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนแล้วนะ สิบปี? ยี่สิบปี่?

ความเหงาและรอยยิ้ม... ยิ้มสิที่รัก

ครั้งนี้เธอดูสดใส อารมณ์ดีจริงนะ ยินดีกับฉันหรือ แต่สายฝนนั้น เศร้าสินะ เศร้าอาดูรให้แก่โชคชะตาของฉันและคนอื่น ๆ สินะ

แต่ยิ้มเถิดพี่สาว... เธอมาแล้วจากไป จากไกลแล้วหวนมา เช่นนี้ตลอดมิใช่หรือ?

ไฉนฉันและคนอื่น จะมิใยแปรเปลี่ยนไปด้วย...

กอดฉันเถิด ยิ้มให้ฉันเถิดที่รัก....

ตาสมขนของ

posted on 17 Oct 2009 20:07 by poetryculture

๐ ข่าวโลกร้อนร้อนประดังคนทั้งโลก
ผู้นำต่างอุปโลกน์ทางแก้ไข
ข่าวโนเบลสันติภาพทราบทั่วไป
ประธานาธิบใด! อะไรนา

๐ ข่าวตั้งพรรคหลักใหม่ในบ้านเมือง
จากสีเหลืองเป็นสีสันนัก 'สรรหา'
ข่าวทุจริตมิจฉาชั่วมั่วเรื่องยา
ข่าวรถไฟฟ้า แอร์ผ่อนทิ้ง? ยิ่งชวนงง

๐ ข่าวมาบตาพุดผุดพิษทิ้งฤทธิ์ร้าย
ข่าวเลือกนายตำรวจเก็งกันก้นก่ง
ข่าวนักเรียนจ้องตีกันบั้นโคตรวงศ์
ข่าวชีสงฆ์กินเหล้าเมามั่วไป

๐ ตาสมแวบตามองกล่องภาพสี
มือก็รี่รับของเขาส่งให้
แล้วจับจัดเป็นแถวเข้าแนวไป
พลางในใจคิดถึงข่าวแต่เช้ามา 

๐ ตาสมเห็นข้าวของกองเกลื่อนกลาด
แกก็จัดให้สะอาดไม่พักว่า
นี่ถ้าบ้านเมืองเล็กเหมือนร้านค้า
แกกะกวาดทุกปัญหาไปชั่งกิโล

๐ เหงื่อก็เหนอะ เหนื่อยก็เหนื่อย เมื่อยไหล่หลัง
พอสะอาด เพียงเอนนั่งก็โล่งโข
พลันเถ้าแก่เดินมาพาลพาโล
"โอย ไอ้โง่ ใครให้เอ็งมาวุ่นไป

๐ ข้าวของข้าวางดีดีตามที่มัน
ฉิบหายกัน ข้าจะหาถุงที่ไหน
ไหนสบู่ ไหนมาม่า ไหนถ่านไฟ
ไปนั่งไป๊ ตาเคอะเซ่อ เออ! หักเงิน

๐ ตาสมนั่งหน้าจ๋อยคอยคำสั่ง
ทีวีดังแกชะโงกดูงกเงิ่น
เห็นวงกลมหมุนหมุนลุ้นกันเพลิน
ล่าง '๕๕' ตาสมเมิน เจ้ามือกิน

๐ ช่วงไปนานเถ้าแก่แกรวยโก้
แต่งร้านใหม่เอี่ยมโอ่ไฮโซสิ้น
แต่ตาสมยังขนของ กวาดกองดิน
แวบดูจอแอบ 'อิน' ศึกหมัดมวย

๐ ข่าวนักเรียนถ่ายคลิปเป็นสิบเรื่อง
นักการเมืองยึกยักอยากแก้ด้วย
ตาสมเห็นอยากเฟวี้ยงหัวด้วยกระบวย
"เฮ้ย ตาสม มาม่าถ้วยอีกสามลัง!"

---เทพธิดากวี---

หลาย ๆ ครั้ง ในการนิรมิตงานแต่ละชิ้น ข้าทอดมองเข้าไปภายใน จับจิตอันวิ่งไหวไปเรื่อย

แล้วนำริ้วรอยแห่งการเคลื่อนไหวของอารมณ์นั้น มาร้อยลงเป็นอักษร

ด้วยเหตุนี้ จินตนาการในงานบางชิ้นจึงเฟื่องฟุ้งวิจิตร แต่หลายครั้งก็เข้าใจยาก

เพราะเป็นเพียงแต่ลายอารมณ์...

บางครั้ง ใจแคบ เป็นเพียงโลกเล็ก ๆ ที่มองผ่านดวงตาคู่เล็ก ๆ ของข้าเท่านั้น

...

วันหนึ่ง มีโอกาสสงบ เลิกสนใจตนเองสักพัก ต้องหันมาสนใจสิ่งรอบตัวด้วยความจำเป็น

แต่ความจำเป็นดังกล่าว ทำให้ข้าเห็น เห็นโลก เห็นผู้อื่น ตัวตนอันชัดเจน เข้มข้น เริ่มมลายลง เชื่อมโยงกับผู้อื่น

พลันวิถีแห่งกวีเส้นใหม่ปรากฏแก่ข้า

รอยยิ้มน้อย ๆ จึงปรากฏ

แม้มิใช่จุดเปลี่ยนยิ่งใหญ่ ที่จักเปลี่ยนตัวตนของข้าให้บรรลุสู่ภาวะใหม่ แต่ข้าเชื่อว่านี่คือก้อนน้ำก้อนใหม่ในน้ำพุชีวิต

ก้อนน้ำที่พุพวยให้น้ำพุสูงขึ้นกว่าเดิมอีกนิด

งานชิ้นนี้ ข้าขอทูนมอบแด่แผ่นหลังทุกแผ่นที่ค้ำยันชีวิตของข้าไว้ และความสรรเสริญหัวใจทุกดวงที่ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต

สุดท้ายข้าขอยืนยัน พวกท่านทั้งหลายต่างเป็นกวีในกิจแห่งท่าน...